วิธีสร้าง bootable client image.

ขั้นตอนนี้เราต้องติดตั้ง window เป็นแบบ Single Partition

1)   ปรับตั้งไบออสให้คอมพิวเตอร์บูทด้วย HDD . หากเมนท์บอร์ดต่างรุ่นกันอาจมีความแตกต่างจากภาพ

หมายเหตุ ก่อนทำการติดตั้ง Window ให้ทำการปรับตั้ง Bios  BootMode เป็น Legacy (หรือ Legacy+UEFI) mode และไม่เลือกเป็น  UEFI boot mode (Figure 1).

001

รูปที่ 1

2)    ทำการ format C: เป็นแบบ NTFS and default cluster size.
หมายเหตุ   เมื่อเราติดตั้ง Windows 7 หรือWindows 10with DVD,  เป็นการติดตั้งแบบ Single Partition

3)    Install the client OS system. CCBoot client supports Windows XP, Windows 2003, Vista, and Windows 7, Windows 2008 and Windows 8, Windows 10 All Builds. Both 32-bit and 64-bit are supported.

4)    Install the latest patches of Windows as well as the service packs if available. (DO NOT skip this step)

5)    Install the motherboard chipset drivers and NIC driver. With only chipset and NIC driver installed the image will be compatible with most specifications. If you install all device drivers, the image may have graphics and other driver conflict with different specifications. We can install other device drivers once the client has successfully booted and is placed in super client mode.

6)    Open the local area connection network properties (Figure 1-1).

002

Figure 1-1

7) Click "Properties". Please uninstall "QoS Packet Scheduler" (Figure 1-2).

002

Figure 1-2

8) Select "Internet Protocol (TCP/IP)" and click "Properties".

9) Select "Use the following IP address" and "Use the following DNS server addresses", then set the IP address, gateway address and the DNS address for the client. After that, click "OK" to save (Figure 1-3).

003

Figure 1-3

10)   Once this is done, download the latest version of  CCBoot installation package from our website. Launch setup package and and keep pressing the next button to the end. Then launch CCBoot client and you will see the main interface as below (Figure 1-4).

Note:If you have multiple NICs, refer Create Client Image with Dual NICs or disable the other NIC in Device Manager before installing CCBoot Client, and then upload the image. 

004

Figure 1-4

11)    Press the "Install Client" button. After finished, it will require reboot system. Reboot the client PC.

12)    Now go to the client PC, launch CCBootClient application again, click "NIC PnP" button (see Figure 1-5). (This step is optional)

005

Figure 1-5

13)    On the "CCBoot PnP" dialog box, click "Install Known NIC" button, you will get a NIC driver list. Please check "Select All", click "OK" to install (Figure 1-7). (This step is optional)

006

Figure 1-6

14)    Input the server IP address in "Server IP address", it should be the IP address of the CCBoot server has been located. Enter the size of the image you want to make for the boot image. Input the image file name as you wish in the "Image File Name". Press the "Upload Image" button to upload the image to the CCBoot server (Figure 1-8). 

Note: The image should have the extension ".vhd", do not use any other formats.

Note: The name of the image file should not include any space in them. Eg. Windows 7.vhd - is incorrect, it should be Windows7.vhd.

 007

Figure 1-7

If the client OS is Windows 10 (Refer Upload Windows 10 Image):

Note: For Windows 10 image Upload, Please make sure that sharing is working between client and server. To fix any sharing isuse refer this wiki.

15)   Open CCBoot Client UI, enter the "Server IP Address" and the "Image File Name" then press "ALT" key on the keyboard and click the "Upload Image: button (Figure 1-8).

008
Figure 1-8


16)   It will ask you to enter the admin password, enter the password and click "OK" (Figure 2).

009
Figure 1-9

17)  Now the image will start to upload in the background. Once done, a prompt will open with text "OK".

 010

If the client OS is Windows XP, Windows7, Windows 8, Windows 8.1:

18)  When you click "Upload Image", a dialog box will open, it will ask for CCBoot Admin password, enter it then click the "YES" button. CCBoot will create a boot image in the image disk drive on the server.

Refer "Set Admin Password" to set CCBoot admin password beforehand.

Notes: 

 If the client OS system is Windows XP, it will pop up dialog box "Upload Pagefile.sys?". Click the "NO" button to prevent C:\pagefile.sys being uploaded to the server.

If you have not set image disk in the CCBoot Server then the image will be uploaded to C: by default.

 

19)    The image uploading will start, please wait until the upload is completed, and shutdown the client after the image is uploaded. 

Note: When you uninstall CCBoot from client after uploading new version of CCBoot will restore all the services change done for optimizing the client windows.

This will make the windows be changed back to default settings and you can use it for making new images in future

 

: When you uninstall CCBoot from client after uploading new version of CCBoot will restore all the services change done for optimizing the client windows.

This will make the windows be changed back to default settings and you can use it for making new images in future

 การจัดการระบบ Diskless ด้วย CCBOOT

                                                                                                                                                                                                                  แปล-และเรียบเรียงโดย สุรศักดิ์ สุนทร
diskless คือ อะไร

          Diskless คือ การจำลอง Harddisk ขึ้นมาเพื่อทำงานโดยผ่านเคลือข่ายเน็ตเวริ์ก  การทำงานของระบบทั้งหมดจะทำงานผ่าน Server โดย การ Boot เครื่องจะผ่านLan Card ซึ่ง Lan Card จำเป็นต้องมีระบบ BootROM เพื่อ เรียกไฟล์การทำงานต่างๆจาก Server 

 Diskless นั้นแบ่งได้เป็น 4 ส่วน
           1.เครื่อง Server
           2.ระบบ Lan
           3.เครื่อง Client
           4.โปรแกรมจัดการระบบ Diskless

          จุดประสงค์ของระบบ Diskless นั้นคือการแบ่งเบาภาระการลงโปรแกรม หรือเกม อัพเดทเกม และข้อมูลต่างๆ ซึ่งหากท่านใดเคยใช้ระบบ มีHarddisk หรือ Undo Card น่าจะเคยมีประสพการณ์ เนื่องจาก ความเก่าของ ตัวคอม และ เปิดไว้นานๆ จึงมีปัญหาเรื่อง สาย Sata หลวม หรือ Harddisk เสีย ทำให้ต้องมานั่งแก้กัน หากเครื่องยังใหม่ ท่านผู้อ่านจะไม่ค่อยเจอปัญหาเหล่านี้หรอกครับ แต่พอนานๆเข้า ท่านก็จะพบครับ จากที่ผมดุแลห้องคอมพิวเตอร์มา 10 ปี  ผมต้องซ่อมเครื่องเองอย่างน้อย เทอมละ 100  เครื่อง จาก 100 เครื่องที่มีในแผนกช่างไฟฟ้า  ท่านลองคิดดู หากท่านไม่ได้เป็นคนดูแลแต่เป็นแค่ผู้ใช้ท่านคงไม่ค่อยรู้สึกอะไร รู้แต่ว่าเสียก็ไม่ต้องใช้ เดี่ยวขอให้วิทยาลัยซื้อใหม่หรือเช่าใหม่ แต่แนวคิดของผู้เขียนเห็นว่าคอมพิวเตอร์มันควรจะดูแลง่ายกว่านั้นโดยเราต้องหาตัวจัดการระบบที่ง่ายต่อการดูแล และจึงมาพบว่า Richtech และ CCboot ช่วยเราได้ แต่แรกใช้ Richtech กับ window7 ก็ดีได้ช่วงหนึ่งแต่พอจะเปลี่ยนเป็น window10 ทดลองทำแล้วระบบบูทไม่ผ่าน จึงมาจบที่ CCBoot

CCBoot server สามารถใช้ Windows 7, Windows Server 2008 R2, Windows 8, Windows 8.1, Windows 10, Windows Server 2012 and Windows Server 2016 Build 1607. และยังสามารถทำงานได้บน Linux 

            1. ที่ใช้งานโดยทั่วไปเราใช้ Windows 2008 Server R2 Enterprise Edition 64 หรือ Windows 2012 R2 64bit. หรือ Windows 7 Ultimate Edition 64bit. เราจะไม่ใช้ ระบบ 32 bit เนื่องจากต้องใช้แรมจำนวนมากกว่า 8 GB.
CCBoot server สามารถใช้ Windows server 2012 R2 หรือ Windows Server 2016 Build 1607
            2. หากเราใช้บน Linux. เราใช้Ubuntu หรือ Cent OS ชนิด desktop เราต้อง install WINE เพื่อให้ CCBoot. ทำงานบนวินโดว์ของ Linux
หมายเหตุ เราจะไม่ติดตั้ง anti virus บนเซอร์เวอร์ซึ่งมันจะทำการสแกนระบบเป็นเหตุให้การทำงานของตัว Client ช้าและเกมส์โหลดช้า
ข้อกำหนดของการเลือกอุปกรณ์ทำ Server
เรามีข้อแนะนำให้เลือกอุปกรณ์สำหรับทำเซอร์เวอร์ดังนี้
CPU: Intel Quad Core Processor (i3 หรือสูงกว่า)
Motherboard: เมนท์บอร์ดควรรองรับแรมได้มากกว่า 16 GB มีพอร์ต SATA 6 ถึง 8. Ports

จำนวนขนาดของ RAM:

            จำนวนเครื่องลูก RAM ของ Server
                    10 - 30 เครื่องใช้ 16 GB
                    30 -70 เครื่องใช้  32 GB
                    70 - 100 เครื่องใช้ 64+ GB
                    สำหรับ 100+ client PCs, เราควรใช้เซอร์เวอร์จำนวน 2 เครื่อง และให้ทำเป็น Loadbalance
Hard Disk:
           ก่อนที่เราจะเลือก HDD เราควรมาดูความความหมายของ HDD สำหรับเซอร์เวอร์ก่อน

                    Image disk: คือ hard disk สำหรับเก็บระบบปฏิบัติการของตัวลูกข่าย
                    Game disk: คือ hard disks สำหรับเก็บ game data.
                    Writeback disk: คือ hard disks สำหรับตัว client บันทึก data. ในขณะบูทระบบลูกข่ายจะทำการ read และ written จากเซอร์เวอร์ writeback disk จะทำการบันทึกข้อมูลจาก client's data. หรือในอีกชื่อหนึ่งเราจะเรียก "write cache".
                    SSD Disk: คือ hard disk ที่สำหรับบันทึก cache game disk data. Caching game disk data เราต้องใช้ SSD Disk ซึ่งต้องทำงานเร็วกว่า HDD ส่วนอื่น

ความต้องการ Hard Disks:

           1. หนึ่งลูก SATA HDD สำหรับ server OS (C:\) และ CCBoot Server install (D:\).
           2. หนึ่งลูก SSD สำหรับ image disk - 256GB
           3. สองลูก SATA HDD กำหนดให้เป็น RAID0 สำหรับ Game Disk - 2 x 1TB or 2 x 2TB
เราจะใช้ Windows 2008 disk manager ทำการตั้งค่าให้เป็น RAID0 บน BIOS. เรากำหนดใช้แบบ SATA mode as AHCI in BIOS. เพราะ AHCI ดีกว่า writeback แต่ถ้าหากใช้ SSD ก็ไม่ต้องทำ RAID0
           4. สองลูก SSD สำหรับ write-back disk (256+ GB)
หมายเหตุ สำหรับ 10 - 20 Client , ใช้ 1 ลูกก็พอ , หากมากกว่า 20 ขึ้นไป, เราก็ใช้ 2 Write Back disk.
           5. หนึ่งลูก SSD disk สำหรับ SSD cache (256 GB).
หมายเหตุ เราไม่ควรเลือก SSD ราคาถูกสำหรับทำ writeback เนื่องจากจะทำให้ลูกข่ายหยุดชะงัก ควรใช้ SSD disk ที่มีค่า Read/Write สูง เช่น Samsung EVO SSDs.
หมายเหตุ เราต้อง Format HDD เป็น 32K allocation unit except windows partition/disk
Conclusion: เราควรใช้ 7 disks สำหรับ server ทั่วๆไป โดย 3 SATA HDDs และ 4 SSD . 1 SATA สำหรับ system OS, 2 SATA สำหรับ game disks, 1 สำหรับ Image disk, 2 SSD สำหรับ writeback disks และ 1 SSD สำหรับ cache game

ระบบ Network:

           ใช้ LAN CARD 1000Mb 1 หรือ 2 ใบ. ควรใช้ Chip ของ Intel หรือ Realtek 1000M Series.
           สายควรใช้ CAT 6, และอาจใช้ CAT 5e สำหรับระบบขนาด 10-20 PCs
           สำหรับ network switch, ควรเลือกใช้ 1000Mbps unmanaged switch.
           ข้อสำคัญ: ไม่ควรใช้ PCI gigabit ethernet card บน server เราควรใช้แบบ PCI e ซึ่งจะให้ผลที่ดีกว่า

ตัวอย่างที่ 1:
           Motherboard : Asrock Z370 Extreme4
           Processor : Intel Core i7-8700
           Memory : 32 GB DDR4 RAM
           SSD : 4 pcs 256GB Samsung EVO
           SATA HDD : 1 500gb seagate HDD for Server OS/Back Up Files
           SATA HDD : 2* 1 Terabyte Western Digital Caviar Black
           Casing : Any Model (Full tower for much better ventilation)
           Power Supply : ขนาดไม่น้อยกว่า 650 Watts
           UPS : Any Brand

CCBoot สามารถรองรับ diskless boot ของระบบปฏิบัติการ ต่างๆ เช่น
          1. Windows XP x32 and x64.
          2. Windows 2003 x32 and x64.
          3. Windows Vista x32 and x64.
          4. Windows 7 x32 and x64.
          5. Windows 2008/r2 x32 and x64.
          6. Windows Server 2012/r2
          7. Windows 8 x32 and x64.
          8. Windows 8.1 x32 and x64
          9. Windows 10 x32 and x64 (Latest build 1709 and 1803 are also supported)
         10. Cent OS 6.5 and newer x32 and x64 . (Others not fully tested)
หมายเหตุ : เราสามารถทำเป็น 1 Image กับเครื่องลูกข่ายมากกว่า 2 สเปคเมื่อเราใช้ CCBoot version 20160707

         คุณสมบัติของเครื่องลูกข่าย
       
        1. การ์ด Lan ต้องรองรับ PXE 2.x  ควรเป็น Onboard เพื่อความประหยัด
        2. สปีด Lan Card ต้องเป็ฯ 1 Gbps ควรเป็น Chip Realtek หรือ Atheros
        3. CCboot ไม่สามารถบูทผ่านระบบ Wireless
        4. Ram ข้้นต่ำสุด 512M.แต่ควร 4G RAM for Windows 7. และ 8G RAM for Windows 10
        5. CPU ใช้ได้ทั้ง AMD หรือ Intel,และยังรองรับถึง Intel 7th and 8th Generation CPU 
        6. CCBoot ยังรองรับ Ryzen CPU และให้ความคุ้มค่าที่  Ryzen 1700

ความต้องการของระบบ Network 

        1. ระบบต้องรองรับ Gigabit network  (Server & Client NICs and Switches). 
        2. การตั้งค่าไอพีของ Router ต้องกำหนดแยกเป็น 2 แบบ คือ Fixed IP  กับ แจกไอพีอัตโนมัติ DHCP โดยระบบ Diskless CCboot ต้องอยู่ในส่วน Fixed IP เพื่อให้ CCBoot Server เป็นตัวแจกไอพี
        3. Switch ต้องเป็น 1Gbps speed แบบ Unmanage
        4. สายสัญญาณต้องเป็น  CAT-5e หรือ CAT-6 เบอร์ 24 AWG.

ขั้นตอนการติดตั้ง CCBoot Server

หมายเหตุ CCboot รุ่นทดลองจะบริการลูกข่ายได้  5 เครื่อง หากต้องการหลายเครื่องต้องซื้อสิทธิ์ หรือหารุ่น Crack ซึ่งใช้งานได้แต่ไม่ใช่ของแท้
             1. อันดับแรกให้ทำการ  click ‘Next’ in the installation wizard (Figure 1-1).

01

 

02
เลือก CCboot Server Installation

12
เมื่อถึงหน้า Launch CCBoot ให้ยืนยันการติดตั้งสำเร็จเครื่องจะ restart 1 ครั้ง

03

04

เมื่อเครื่อง Restart ขึ้นมาใหม่ทดลองรันโปรแกรมจะได้หน้าตาดังภาพ

05

ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับการ Register โดยเข้าไปที่เมนู Help >>>>About and Rigister

06

หากเป็นโปรแกรมซื้อสิทธิ์ให้กรอก License Code ที่ได้จากผู้ขายบงไป 

07

หากเป็นรุ่น Crack จะบอกเป็น Unlimit user

ขั้นตอนการตั้งค่าให้เซอร์เวอร์

           1.ที่เมนู General  เลือก >> Start iSCSI  >> Auto Add Client >> Auto >> Rename in Booting
           2.เลือก Enable Client Status
       
 

08

           3. ส่วนของเมนู DHCP Settings >>เลือก Start TFTP >> Start Proxy DHCP >> Using CCBoot DHCP
           4. ใส่ IP ของเครื่อง Server ที่ช่อง DHCP Server IP โดยกำหนดตาม IP ของระบบเครือข่ายที่ติดตั้ง ไอพีต้องอยู่นอกกลุ่ม DHCP ของ Router คือไอพีฟิกซ์ ของแต่ละองค์กร
           5. ใส่ไอพีเริ่มต้น ที่ช่อง IP Allocated Start
           6. ใส่ไอพีสุดท้าย ที่ช่อง IP Allocated End
           7. ใส่ไอพี Subnet Mask
           8. ใส่ไอพี Gateway
           9. ใส่ไอพี  DNS
          10. บันทึกค่าที่ตั้งไว้   OK

09

           11. การกำหนด DISK   การกำหนดค่าเราจะกำหนด 2 Disk คือ Image และ Write_Back ในกรณ๊สร้างระบบห้องเรียน

10

 

 ติดตั้ง Windows 7/10 in single partition

1. บูทเครื่อง Client ด้วย  USB drive or DVD.
2. เมื่อระบบบูทขึ้นมาจะได้ตามภาพที่ 1

 001

รูปที่ 1

3. เมื่อบูทระบบถึงการกำหนดโซนเวลาให้กด  "Shift + F10"เพื่อเปิด command prompt (ตามรูปที่ 2).

 002

รูปที่ 2

4. ให้พิมพ์ "diskpart" and press enter (รูปที่ 3).

 003

รูปที่ 3

5. ต่อมาพิมพ์ "list disk" เพื่อโชว์ the harddisk connected to the client PC (รูปที่ 4).

 004

รูปที่ 4

6. เราจะเห็น 1 disk connected, ให้เลือกใช้ "select disk 0" (รูปที่ 5).

 005

รูปที่ 5

7. ดังที่คุณเห็นในภาพด้านบน ดิสก์มีพาร์ทิชันอยู่แล้วถ้าคุณมีระบบปฏิบัติการอื่นมาก่อนคุณสามารถลบออกด้วย 'clean' command (รูปที่ 6)

 006

รูปที่ 6

8.ตอนนี้ให้สร้างพาร์ติชันหลักเพื่อติดตั้ง Windows เข้าไปพิมพ์ "create part primary" และกด Enter( ตามรูปที่ 7)

หมายเหตุ: "create part primary" จะใช้พื้นที่ทั้งหมดของดิสก์เพื่อสร้างพาร์ติชัน

 007

รูปที่ 7

9.ลองตรวจดูว่ามีการสร้างพาร์ติชันหรือไม่ใช้คำสั่ง "list vol"  (รูปที่ 8)

 008

รูปที่ 8

10. ทำการฟอร์แมต HDD โดยสั่ง "format fs=ntfs quick" แล้วกด enter (Figure 9)

Note: ระบบจะทำการฟอร์แมต HDD จนเสร็จ

 009

รูปที่ 9

11. ออกจากการฟอร์แมตโดยสั่งพิมพ์ "exit", then close the command prompt (Figure 10).

 010

รูปที่ 10

12. ให้ทำการติดตั้งวินโดว์ต่อซึ่งจะเห็นแค่พาร์ติชั่นเดียว ให้ทำการคลิ๊ก NEXT  (รูปที่ 11).

 011

รูปที่ 11

การ Upload CCboot Client ขึ้น Server

การติดตั้ง Window Server 2008

การติดตั้งอาจติดตั้งผ่าน DVD หรือ Flash Drive โดยทำการ set Bios ตามประเภท Media 

001เลือก Time and currency format >>>>Thai

002

เลือก Install now

003

004

เลือก Full Installation

005

006

007

เลือก I accept the License terms

008

010เลือก Custorm (advanced)

011แบ่ง Partision ตามต้องการ เช่น C: และ D:

012เลือกติดตั้งระบบปฎิบัติการบน C:

013

014

015เซอร์เวอร์จะรีสตาร์ท 1 ครั้ง หากติดตั้งผ่าน Flash Drive ต้องดึงออกจากเครื่องเซอร์เวอร์

016

017

018หลังจากบูทระบบขึ้นมาใหม่จะทำการติดตั้งต่อ

019

020

021

022

023เลือก OK เพื่อทำการกำหนด Pass word ของ Admin

024

025

025

026

027

028029หากเป็น Window แท้ให้ทำการใส่ Product Key

030

030

031

032เมื่อป้อน Product Key ถูกต้องจะแสดง ask for genuine Microsoftware

 

 การจัดการระบบ Diskless ด้วย CCBOOT

                                                                                                                                                                                                                  แปล-และเรียบเรียงโดย สุรศักดิ์ สุนทร
diskless คือ อะไร

          Diskless คือ การจำลอง Harddisk ขึ้นมาเพื่อทำงานโดยผ่านเคลือข่ายเน็ตเวริ์ก  การทำงานของระบบทั้งหมดจะทำงานผ่าน Server โดย การ Boot เครื่องจะผ่านLan Card ซึ่ง Lan Card จำเป็นต้องมีระบบ BootROM เพื่อ เรียกไฟล์การทำงานต่างๆจาก Server 

 Diskless นั้นแบ่งได้เป็น 4 ส่วน
           1.เครื่อง Server
           2.ระบบ Lan
           3.เครื่อง Client
           4.โปรแกรมจัดการระบบ Diskless

          จุดประสงค์ของระบบ Diskless นั้นคือการแบ่งเบาภาระการลงโปรแกรม หรือเกม อัพเดทเกม และข้อมูลต่างๆ ซึ่งหากท่านใดเคยใช้ระบบ มีHarddisk หรือ Undo Card น่าจะเคยมีประสพการณ์ เนื่องจาก ความเก่าของ ตัวคอม และ เปิดไว้นานๆ จึงมีปัญหาเรื่อง สาย Sata หลวม หรือ Harddisk เสีย ทำให้ต้องมานั่งแก้กัน หากเครื่องยังใหม่ ท่านผู้อ่านจะไม่ค่อยเจอปัญหาเหล่านี้หรอกครับ แต่พอนานๆเข้า ท่านก็จะพบครับ จากที่ผมดุแลห้องคอมพิวเตอร์มา 10 ปี  ผมต้องซ่อมเครื่องเองอย่างน้อย เทอมละ 100  เครื่อง จาก 100 เครื่องที่มีในแผนกช่างไฟฟ้า  ท่านลองคิดดู หากท่านไม่ได้เป็นคนดูแลแต่เป็นแค่ผู้ใช้ท่านคงไม่ค่อยรู้สึกอะไร รู้แต่ว่าเสียก็ไม่ต้องใช้ เดี่ยวขอให้วิทยาลัยซื้อใหม่หรือเช่าใหม่ แต่แนวคิดของผู้เขียนเห็นว่าคอมพิวเตอร์มันควรจะดูแลง่ายกว่านั้นโดยเราต้องหาตัวจัดการระบบที่ง่ายต่อการดูแล และจึงมาพบว่า Richtech และ CCboot ช่วยเราได้ แต่แรกใช้ Richtech กับ window7 ก็ดีได้ช่วงหนึ่งแต่พอจะเปลี่ยนเป็น window10 ทดลองทำแล้วระบบบูทไม่ผ่าน จึงมาจบที่ CCBoot

CCBoot server สามารถใช้ Windows 7, Windows Server 2008 R2, Windows 8, Windows 8.1, Windows 10, Windows Server 2012 and Windows Server 2016 Build 1607. และยังสามารถทำงานได้บน Linux 

            1. ที่ใช้งานโดยทั่วไปเราใช้ Windows 2008 Server R2 Enterprise Edition 64 หรือ Windows 2012 R2 64bit. หรือ Windows 7 Ultimate Edition 64bit. เราจะไม่ใช้ ระบบ 32 bit เนื่องจากต้องใช้แรมจำนวนมากกว่า 8 GB.
CCBoot server สามารถใช้ Windows server 2012 R2 หรือ Windows Server 2016 Build 1607
            2. หากเราใช้บน Linux. เราใช้Ubuntu หรือ Cent OS ชนิด desktop เราต้อง install WINE เพื่อให้ CCBoot. ทำงานบนวินโดว์ของ Linux
หมายเหตุ เราจะไม่ติดตั้ง anti virus บนเซอร์เวอร์ซึ่งมันจะทำการสแกนระบบเป็นเหตุให้การทำงานของตัว Client ช้าและเกมส์โหลดช้า
ข้อกำหนดของการเลือกอุปกรณ์ทำ Server
เรามีข้อแนะนำให้เลือกอุปกรณ์สำหรับทำเซอร์เวอร์ดังนี้
CPU: Intel Quad Core Processor (i3 หรือสูงกว่า)
Motherboard: เมนท์บอร์ดควรรองรับแรมได้มากกว่า 16 GB มีพอร์ต SATA 6 ถึง 8. Ports

จำนวนขนาดของ RAM:

            จำนวนเครื่องลูก RAM ของ Server
                    10 - 30 เครื่องใช้ 16 GB
                    30 -70 เครื่องใช้  32 GB
                    70 - 100 เครื่องใช้ 64+ GB
                    สำหรับ 100+ client PCs, เราควรใช้เซอร์เวอร์จำนวน 2 เครื่อง และให้ทำเป็น Loadbalance
Hard Disk:
           ก่อนที่เราจะเลือก HDD เราควรมาดูความความหมายของ HDD สำหรับเซอร์เวอร์ก่อน

                    Image disk: คือ hard disk สำหรับเก็บระบบปฏิบัติการของตัวลูกข่าย
                    Game disk: คือ hard disks สำหรับเก็บ game data.
                    Writeback disk: คือ hard disks สำหรับตัว client บันทึก data. ในขณะบูทระบบลูกข่ายจะทำการ read และ written จากเซอร์เวอร์ writeback disk จะทำการบันทึกข้อมูลจาก client's data. หรือในอีกชื่อหนึ่งเราจะเรียก "write cache".
                    SSD Disk: คือ hard disk ที่สำหรับบันทึก cache game disk data. Caching game disk data เราต้องใช้ SSD Disk ซึ่งต้องทำงานเร็วกว่า HDD ส่วนอื่น

ความต้องการ Hard Disks:

           1. หนึ่งลูก SATA HDD สำหรับ server OS (C:\) และ CCBoot Server install (D:\).
           2. หนึ่งลูก SSD สำหรับ image disk - 256GB
           3. สองลูก SATA HDD กำหนดให้เป็น RAID0 สำหรับ Game Disk - 2 x 1TB or 2 x 2TB
เราจะใช้ Windows 2008 disk manager ทำการตั้งค่าให้เป็น RAID0 บน BIOS. เรากำหนดใช้แบบ SATA mode as AHCI in BIOS. เพราะ AHCI ดีกว่า writeback แต่ถ้าหากใช้ SSD ก็ไม่ต้องทำ RAID0
           4. สองลูก SSD สำหรับ write-back disk (256+ GB)
หมายเหตุ สำหรับ 10 - 20 Client , ใช้ 1 ลูกก็พอ , หากมากกว่า 20 ขึ้นไป, เราก็ใช้ 2 Write Back disk.
           5. หนึ่งลูก SSD disk สำหรับ SSD cache (256 GB).
หมายเหตุ เราไม่ควรเลือก SSD ราคาถูกสำหรับทำ writeback เนื่องจากจะทำให้ลูกข่ายหยุดชะงัก ควรใช้ SSD disk ที่มีค่า Read/Write สูง เช่น Samsung EVO SSDs.
หมายเหตุ เราต้อง Format HDD เป็น 32K allocation unit except windows partition/disk
Conclusion: เราควรใช้ 7 disks สำหรับ server ทั่วๆไป โดย 3 SATA HDDs และ 4 SSD . 1 SATA สำหรับ system OS, 2 SATA สำหรับ game disks, 1 สำหรับ Image disk, 2 SSD สำหรับ writeback disks และ 1 SSD สำหรับ cache game

ระบบ Network:

           ใช้ LAN CARD 1000Mb 1 หรือ 2 ใบ. ควรใช้ Chip ของ Intel หรือ Realtek 1000M Series.
           สายควรใช้ CAT 6, และอาจใช้ CAT 5e สำหรับระบบขนาด 10-20 PCs
           สำหรับ network switch, ควรเลือกใช้ 1000Mbps unmanaged switch.
           ข้อสำคัญ: ไม่ควรใช้ PCI gigabit ethernet card บน server เราควรใช้แบบ PCI e ซึ่งจะให้ผลที่ดีกว่า

ตัวอย่างที่ 1:
           Motherboard : Asrock Z370 Extreme4
           Processor : Intel Core i7-8700
           Memory : 32 GB DDR4 RAM
           SSD : 4 pcs 256GB Samsung EVO
           SATA HDD : 1 500gb seagate HDD for Server OS/Back Up Files
           SATA HDD : 2* 1 Terabyte Western Digital Caviar Black
           Casing : Any Model (Full tower for much better ventilation)
           Power Supply : ขนาดไม่น้อยกว่า 650 Watts
           UPS : Any Brand

CCBoot สามารถรองรับ diskless boot ของระบบปฏิบัติการ ต่างๆ เช่น
          1. Windows XP x32 and x64.
          2. Windows 2003 x32 and x64.
          3. Windows Vista x32 and x64.
          4. Windows 7 x32 and x64.
          5. Windows 2008/r2 x32 and x64.
          6. Windows Server 2012/r2
          7. Windows 8 x32 and x64.
          8. Windows 8.1 x32 and x64
          9. Windows 10 x32 and x64 (Latest build 1709 and 1803 are also supported)
         10. Cent OS 6.5 and newer x32 and x64 . (Others not fully tested)
หมายเหตุ : เราสามารถทำเป็น 1 Image กับเครื่องลูกข่ายมากกว่า 2 สเปคเมื่อเราใช้ CCBoot version 20160707

         คุณสมบัติของเครื่องลูกข่าย
       
        1. การ์ด Lan ต้องรองรับ PXE 2.x  ควรเป็น Onboard เพื่อความประหยัด
        2. สปีด Lan Card ต้องเป็ฯ 1 Gbps ควรเป็น Chip Realtek หรือ Atheros
        3. CCboot ไม่สามารถบูทผ่านระบบ Wireless
        4. Ram ข้้นต่ำสุด 512M.แต่ควร 4G RAM for Windows 7. และ 8G RAM for Windows 10
        5. CPU ใช้ได้ทั้ง AMD หรือ Intel,และยังรองรับถึง Intel 7th and 8th Generation CPU 
        6. CCBoot ยังรองรับ Ryzen CPU และให้ความคุ้มค่าที่  Ryzen 1700

ความต้องการของระบบ Network 

        1. ระบบต้องรองรับ Gigabit network  (Server & Client NICs and Switches). 
        2. การตั้งค่าไอพีของ Router ต้องกำหนดแยกเป็น 2 แบบ คือ Fixed IP  กับ แจกไอพีอัตโนมัติ DHCP โดยระบบ Diskless CCboot ต้องอยู่ในส่วน Fixed IP เพื่อให้ CCBoot Server เป็นตัวแจกไอพี
        3. Switch ต้องเป็น 1Gbps speed แบบ Unmanage
        4. สายสัญญาณต้องเป็น  CAT-5e หรือ CAT-6 เบอร์ 24 AWG.

การติดตั้ง CCboot Client

ฝากข้อความถึงแผนกวิชา